วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การเตรียมภาพนิทรรศการและสถานที่จัดงาน






ใบหัวลิง


ลูกหัวลิงที่ไปสำรวจพบอยู่ในลักษณะคล้ายคลึงในภาพคือแก่เกินไปรับประทานไม่ได้


แกงส้มใบหัวลิงโดยคุณทองหยิบ โรจนพร


ลูกจากอ่อน




เครื่องปรุงแกงคั่วลูกจากอ่อน



 
แกงคั่วลูกจากอ่อน โดยคุณมาลัย นันทพานิช




มะนาวโห่



รากสามสิบ


มะนาวโห่แช่อิ่มที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว


รากสามสิบแช่อิ่มที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว


ฝักรุ่ย


ฝักรุ่ยที่ปอกเปลือกแล้ว











ฝักรุ่ยแกงบวด


การเตรียมความพร้อมด้านด้านสถานที่เมื่อ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘


ในขณะที่แสงแดดยังแผดจ้า แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อคณะทำงาน












เดาเอาเองว่าคุณพีระศักดื๋ คงบอกกับคุณสนธยาว่า "มันต้องเป็นอย่างนี้นะ "






เหล่าบรรดา หก สุภาพบุรุษผู้เข้มแข็งของชมรมลำพูบ้านโพธิ์




เสียงคลื่นของแม่น้ำบางปะกงจะส่งเสียงร้อยเรียงเรื่องราวบอกกล่าวผู้คนที่มาร่วมงานว่าอย่างไรบ้างหนอ  ต้องรอวันงาน และเสียงคลื่นนี้จะไม่เป็นคลื่นกระทบฝั่งที่จางหายไปอย่างแน่นอน



ด้วยความเข้มแข็งเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและด้วยต่างมีจิตอาสาของบรรดาผู้ที่ได้รับมอบหมาย ใช้เวลาประมาณเกือบสองชั่วโมง งานปรับสถานที่ ก็เสร็จเรียบร้อย ในเวลา ๑๖.๒๐ น.ท รอวันจัดงานจริงได้ เหลือเพียงนำกระถางต้นไม้ป่าชายเลน อุปกรณ์เครื่องมือประมงพื้นบ้าน ระบบไฟ เครื่องเสียงโต๊ะ เก้าอี้ เสื่อ และอื่น ๆ ก็พร้อมเปิดงงานบางปะกงส่งเสียงได้ทันที

ซึ่งในระหว่างนี้ ทีมงานได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ ทั้งในด้านโซเชียลมีเดีย วิทยุชุมชนคนบางปรง โดย คุณเตี้ย ม่วงพา รถประชาสัมพันธ์ โดย คุณสมบัติ รัตนโยธิน การประชาสัมพันธ์ปากต่อปาก นิตยสาร ที่นี่... ๘ ริ้ว
รวมทั้งท่านศึกษานิเทศก์เปี่ยมจิต เชิญชวนชาวสนามจันทร์ บ้านโพธิ์ บริจาคสิ่งของและเงินสลทบการจัดงาน

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การเตรียมงานบางปะกงส่งเสียงครั้งที่ ๒



ในที่สุดก็ได้ชื่อของงานที่จะจัดในวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ว่า บางปะกงส่งเสียงครั้งที่ ๒ ตอน บ้านเรา บ้านโพธิ์ บ้านแสนสุข ซึ่งเหล่าเยาวชนช่วยกันตั้งชื่อนี้

ในวันที่ ๑๓ พฤษภาคม  ๒๕๕๘  ศึกษาธิการสมนึก เมธาวศิน ในฐานะประธานชมรมลำพูบ้านโพธิ์ จึงเรียกประชุมทีมงาน เพื่อชี้แจงรายละเอียดและมอบหมายภาระหน้าที่








ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้ มีการแจกแจงวัตถุประสงค์งานการจัดงาน รายละเอียดของงานพร้อมทั้งมีการมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบ

เพื่ือเน้นการอนุรักษ์แม่น้ำบางปะกงให้คงสภาพความอุดมสมบูรณ์ไว้ ให้ประชาชนที่มองข้ามความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษที่มีแม่น้ำบางปะกงเป็นแหล่งชีวิตเลี้ยงดูบุตรหลานให้เติบโตมาจนทุกวันนี้ อย่างอยู่ดีมีสุข ซึ่งจะต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อย้ำให้เห็นว่า นอกจากการอนุรักษ์แล้วกินได้ ยังสามารถสร้างรายได้จากทรัพยากรแม่น้ำที่เคยมีให้ชาวลุ่มน้ำบางปะกงอย่างมากมายเหลือเฟือแม้จะลดน้อยลงจากอดีต แต่ก็ยังคงมีอยู่มากมายอย่างพอกินพอใช้ได้ในยุคปัจจุบัน

ดังนั้นนิยามของนิทรรศการที่แสดงในงานจริงเป็นนิทรรศการมีชีวิตบอกกล่าวเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่อาศัยภูมิปัญญาของเหล่าบรรพบุรุษที่ตกทอดมา ทั้งเรื่องอาหารการกินที่เป็นผลผลิตจากลำน้ำบางปะกง แม่น้ำแหล่งชีวิต ทั้งในสายน้ำ ทั้งบนบกไม่ว่าจะเป็นป่าชายเลน หรือฝั่งแม่น้ำที่อยู่สูงขึ้นมาจากป่าชายเลน นอกจากนี้ยังมีการประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำ เช่นประมงพื้นบ้านที่ยังคงเหลืออยู่คู่ลำน้ำบางปะกงมา การเย็บตับจาก และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกิดต่อเนื่องจากลำน้ำบางปะกง เช่น การเย็บตับจาก หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ มาจนทุกวันนี้

รายละเอียดของานพอเป็นสังเขปเบื้องต้นดังนี้



ดอกต้นรากสามสิบ

งานบางปะกงส่งเสียงครั้งที่ ๒
ตอนบ้านเรา บ้านโพธิ์ บ้านแสนสุข
ณ ท่าน้ำสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านโพธิ์
วันเสาร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๗.๓ๆ – ๒๐.๐๐ น
โดยมีกำหนดการดังนี้
๑๘.๐๐น. บางปะกงชวนชิม
อาหารพื้นบ้าน อาธิ แกงส้มใบหัวลิง แกงคั่วลูกจากอ่อน น้ำพริกเคียงด้วยพืชผักจากป่าชายเลน แกงบวดลูกรุ่ย รากสามสิบแช่อิ่ม มะนาวโห่แช่อิ่ม
๑๘.๓๐น. บางปะกงส่งเสียง
ผู้ส่งเสียง ๕ คน
๑.. เปี่ยมจิต เมธาวศิน
ชาวบ้านโพธิ์ที่เกิดและเติบโตมากับแม่น้ำบางปะกง
๒.. สายยัน ศรีจนพัน
ชาวประมงพื้นบ้าน ที่หาอยู่หากินกับแม่น้ำบางปะกงมากว่า ๕๐ ปี
๓.. วัธนา บุญยัง
นักเขียนเรื่องป่ากับผลงานหนังสือ ๔๓ เล่ม ผู้ที่เกิดและโตริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง
๔. ตัวแทนน้องเยาวชน **
๕.. ทัพพ์ มีทรัพย์วัฒนา
เจ้าของเพจ Adventura ผู้ทำสารคดีปลากระเบนราหู และ พิธีกรรายการท่องเที่ยว Escape ทางช่อง ๕

๑๙.๓๐ น. ละครบางปะกงสายน้ำแห่งมังกร โดย กลุ่มละครเพื่อการเรียนรู้บางเพลย์
บทกลอนปิดท้าย โดย พลอยโพยม

๒๐.๐๐ น. ปิดงาน


รากต้นรากสามสิบ

บางปะกงส่งเสียง จัดขึ้นเพื่อให้คนจากหลากหลายวงการได้มาบอกเล่าเรื่องราว มุมมอง ทัศนคติ ความประทับใจ และความคาดหวังของเขาเหล่านั้นต่อแม่น้ำบางปะกง เพื่อให้ผู้คนเห็นคุณค่าและเกิดแรงบันดาลใจในการส่งต่อแม่น้ำบางปะกงสายน้ำแห่งชีวิตที่อุดมสมบูรณ์และงดงามนี้ให้ลูกหลานต่อไป

นอกจากนี้ประธานชมรมได้เสนอการทอดผ้าป่าสามัคคีกับเจ้าอาวาสวัดเกาะชัน และปลูกป่าชายเลนให้วัด เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันวิสาขาบูชา
ซึ่งชมรมนอกจากเตรียมการจัดงานบางปะกงส่งเสียงครั้งที่ ๒ แล้ว ยังต้องจัดหาพันธุ์ไม้ป่าชายเลนมาทำการเพาะชำเพื่อเตรียมไว้ก่อนการทอดผ้าป่าสามัคคีดังกล่าวด้วย

หลังจากประชุมรับทราบภาระหน้าที่ของแต่ละบุคคลแล้ว การเตรียมการก็เริ่มเลยในวันนั้น


มีการประชุมกลุ่มย่อย เมื่อแจกแจงรายละเอียดต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายมา สถานที่ประชุมคือท่าน้ำหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านโพธิ์

เช่น สถานที่ (การปรับสถานที่ ทำความสะอาด )
อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่จัดงาน โต๊ะ เก้าอี้ เสื่ิอ เครื่องไฟฟ้า
ภาชนะใส่อาหาร โดยการขอยืมหน่วยงานต่าง ๆ และวัด
รายการอาหาร
ผู้ลงมือประกอบอาหาร มีทั้งการเชิญตัว การลงมือทำเอง การไหว้วานทำ การขอของทำเสร็จสำเร็จรูป การว่าจ้างประกอบอาหาร
คนล้างทำความสะอาดถ้วยชามช้อน แก้วน้ำ ระหว่างวันจัดงาน



ดอกต้นรากสามสิบ

สำหรับรายการอาหารแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ

๑.อาหารสำหรับรับประทานตอนกลางวันวันจัดงานสำหรับนิสิต และทีมงานที่ต้องมาเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ อาหารหลักมื้อเย็นสำหรับทุกคนในงาน รับประทานฟรี
ได้แก่ หมูผัดพริกแกงกับถั่วฝักยาว ไข่เจียว ปลากะตักทอด ทั้งสองมือ
๒.อาหารคาวหวานในรายการ บางปะกงชวนชิม ประกอบด้วย
แกงส้มใบหัวลิง
แกงคั่วลูกจากอ่อนกีบไก่
ปลาอีกงทอด
ปลากะตักทอก
น้ำพริกกะปิ
เน้นผักที่เป็นพืชพรรณไม้ชายเลนชายทุ่ง เช่น ใบชะคราม ใบเสม็ดแดง ยอดอ่อนต้นรากสามสิบ ลูกลำพูอ่อน ยอดขลู่ ดอกจาก ลูกหัวลิง ราดด้วยกะทิ หรืออื่น ๆ (ถ้ามี) เสริมด้วยผักกระเฉดผัด ราดกะทิ
กุ้งต้มเค็ม (หวาน )  แนมกับน้ำพริกกะปิ
น้ำพริกเผา
ไข่เจียว
ลูกลำแพนกะปิหวาน
ลูกตะโก
มะขวิด
ขนมจาก
แกงบวดฝักรุ่ย
รากสามสิบแช่อิ่ม
มะนาวโห่แช่อื้ม
ไอศครีม
น้ำสมุนไพร คือ น้ำตะไคร้ น้ำฝาง น้ำดอกอัญชัน


 ผลมะนาวโห่

เมื่อได้ผู้รับผิดชอบครบถ้วนทุกรายการแล้วจึงเลิกประชุมกลุ่มย่อย และทำให้ได้ทราบว่ายุงตอนพลบค่ำที่สถานที่จัดงานมีมากมาย

งานต่อไปคือการหาแหล่งวัตถุดิบประกอบรายการอาหาร เช่น ใบหัวลิง รากต้นรากสามสิบ มะนาวโห่ ฝักรุ่ยการหาผลไม้ ตะโก และมะขวิด ซึ่งมีฤดูกาลให้ผล รวมทั้งผักที่ใช้รับประทานกับน้ำพริกกะปิ น้ำพริกเผา
การลงมือทำรายการอาหารเพื่อประกอบภาพในการจัดนิทรรศการมีชีวิต


วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

กิจกรรมของชาวลุ่มน้ำบางปะกง ( ค่ายเยาวชนลำพูบ้านโพธิ์ ๓ )


ในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘

รายการกิจกรรมในวันนี้ มีดังนี้คือ
๐๘.๐๐ - ๑๐.๐๐ น. ดูนก ชมป่าชายเลนโดยพี่พรชัย พี่ระ
๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. ชมตลาดฟังเรื่องเล่า ตลาดสนาจันทร์ โดยป้าเปี่ยมจิต
๑๒.๐๐ - ๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน
๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ น. ร้อยเรียงเรื่องเล่า ระบายสีสร้างภาพ ขีดเขียนบทกวี
๑๕.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. วางแผนการจัดงานร่วมกัน (๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

เริ่มนัดพบกันเวลาเช้ากว่าเมื่อวาน อันที่จริงคุณพีระศักดิ์อยากนัดให้เช้ากว่านี้ เพราะหากยิ่งสายแสงแดดก็จะยิ่งแผดกล้า แต่ก็มิสามารถจะนัดได้เช้ากว่านี้ได้ด้วยเหตุผลบางประการ

แต่เดิมนั้น คุณพรชัย วิสุทธาจารย์ จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดจะมาร่วมงานด้วยหากแต่ติดภารกิจกระทันหัน แต่ก็ได้รับความกรุณาจากคุณวิชา นรังสี ประธานมูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำไทย ซึ่งเป็นผู้เชียวชาญเรื่องนกในเมืองไทย สละเวลามาพาค่ายเยาวชนลำพูบ้านโพธิ์ไปดูนกแทนคุณพรชัย ทั้งนี้คุณพีระศักดิ๋เป็นผู้นำทางไปยังพื้นที่ที่มีนกมาอาศัยอยู่เป็นบริเวณพื้นที่หมู่ที่ ๖ ตำบลสนามจันทร์ อำเภอบ้านโพธิ์

คณะนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพาได้รับเมตตาจากท่านเจ้าอาวาสวัดเกาะชัน ในเรื่องอาหารเช้าอีกมื้อหนึ่งด้วย



คุณวิชา นรังสี มาแต่เช้าเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ๋กล้องส่องดูนก

สำหรับคุณพรชัย วิสุทธาจารย์ แม้จะมาร่วมกิจกรรมไม่ได้ แต่ก็ได้ส่งหนังสือ นกเมืองไทย (สำหรับใช้เป็นคู่มือในการศึกษาความเป็นมาของนกที่จะพบเห็นในวันนี้ )รวมทั้งอุปกรณ์กล้องส่องดูนก จำนวน รวมกันมา ๑ ลัง






หลังจากคุณวิชาอธิบายขั้นตอน วิธีการ และคำแนะนำต่าง ๆ เสร็จ

ทุกคนขึ้นรถจากหอประชุมตรงไปยังสถานที่ ซึ่งต้องจอดรถและลงเดินเท้า



คุณตั้มและเยาวชนตัวน้อยที่สนใจมาเข้าร่วมกิจกรรมดูนก



 เป็นถนนลาดยางที่เดินสบายตามแนวร่มไม้ หากแต่แสงแดดส่องจ้าลงมาในทิศทางที่อาศัยเงาของร่มไม้ไม่ได้เลย

นกตัวแรกที่ได้เห็นนกกระจาบทองเกาะและทำรังบนต้นมะขามเทศ
คุณวิชาชี้ให้ดู ตั้งกล้องแล้วเรียกเบาวชนให้มาดูนกด้วยกล้อง และให้คำอธิบายลักษณะทั่วไป แหล่งอาศัย อาหาร การสร้างรัง สถานที่ทำรังการวางไข่ อาหาร และลักษณะนิสัย
ซึ่งพลอยโพยมไ่ม่มีความสามารถถ่ายภาพได้


คุณวิชาเล่าว่า

นกกระจาบทองตัวไม่ใหญ่นัก ลำตัวจะโตกว่านกกระจอกเล็กน้อย ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะไม่แตกต่างกันมากนัก ในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้จะใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย

แต่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้และตัวเมีย สีจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด คือ ตัวผู้หน้าอกจะมีสีเหลือง เข้มสดใส ใต้แก้มและลำคอใต้ตาจะมีสีดำเข้ม หลังและปีกด้านบนจะมีสีน้ำตาลเข้ม ส่วนหางทั้งล่างและบนจะมีสีดำ สวยงามมาก จงอยปาก สีดำเข้ม ซึ่งคุณวิชาใช้คำว่าในฤดูผสมพันธ์นกกระจาบทองตัวผู้ มีความพิเศษในการแต่งองค์ทรงเครื่องไว้ล่อตาล่อใจ ดึงดูดสายตานกกระจาบทองตัวเมีย



นกกระจาบทองตัวผู้




นกกระจาบทองตัวเมีย
ขอขอบคุณภาพจากวิกิพีเดีย

คุณวิชาได้อธิบายถึงนกกระจาบอีกพันธ์ุหนึ่งซึ่งสร้างรังคนละลักษณะ เป็นนกกระจาบที่แต่งองค์ทรงเครื่องไม่ได้ แต่ใช้วิธีการสร้างรังที่สวยงามวิจิตรเท่าที่สติปัญญานกจะทำได้ เป็นรังที่สวยงามและปลอดภัยสำหรับนกกระจาบสาวและลูกน้อยที่จะอยู่ในรังได้อย่างอบอุ่นปลอดภัย เรียนรู้ที่จะสร้างทางเจ้าออกรังจากใต้รังเพื่อมิให้งูหรือสัตว์ร้ายอื่น ๆ เข้ามาทำร้ายได้

หากแต่เมื่อสร้างรังเสร็จกระจาบสาวที่พึงใจไม่ยินยอมโผผินบินสู่เป็นคู่สอง นกกระจาบหนุ่มจะสร่้างรังใหม่ ส่วนรังเก่าก็จะมีกระจาบสาวตัวอื่นเข้ามาอยู่๋เป็นคู่สองแทนกับกระจาบหนุ่ม  แต่กระจาบหนุ่มก็ไม่เลิกหวังกระจาบสาวตัวแรกที่พึงใจจึงสร้างรังใหม่ ซึ่งบางครั้งนกกระจาบหนุ่มจะต้องสร้างรังมากมายนับสิบก็มีหากกระจาบสาวตัวแรกที่พึงใจแบบแรกพบประสบรักยังไม่ปลงใจด้วยสักที นกกระจาบหนุ่มก็จะมีฮาเร็มนกกระจาบมีภรรยานกกระจาบมากมายตราบเท่าที่นกกระจาบสาวตัวแรกจะยอมอยู่เป็นคู่ด้วย กระจาบหนุ่มจึงจะหยุดสร้างรัง

นอกจากนี้พลอยโพยมยังอ่านพบในhttp://www.oknation.net/blog/rantang/2010/08/05/entry-1 ว่า


ในช่วงเดือนแห่งความรักของนกกระจาบ ใครไปเจอรังนกกระจาบที่คล้ายจะเป็นรังร้าง ก็ขอให้ทราบไว้ด้วยว่า รังนกเหล่านั้นยังไม่ร้าง แต่อยู่ระหว่างการโชว์เรือนหอของนกกระจาบ หากเราไปปลดรังของมันลงมาก็ขอให้นึกถึงใจเขาใจเรา คือให้นึกว่า หากเราสร้างบ้านเสร็จและไปชวน สาวคนที่ตนรักมาดูบ้าน พอมาถึงก็พบแต่ที่ดินว่างเปล่า ไม่มีบ้านปรากฏในสายตา

คนโบราณบอกว่า ใครปลดรังนกในฤดูจีบนกสาว เกิดชาติหน้าจะหาเมียยาก ทุกอย่างมีพร้อม แต่จะมีคนมาคนยุแหย่และพูดใส่หูสาวคนรักให้เอาใจออกห่าง และเลิกราไปในที่สุด คนที่รื้อรังรักของนกกระจาบ จะเกิดเป็นชายหรือสาวทึนทึกในชาติต่อไป

แล้วก็พาเดินไปดูนกในสถานที่อื่นต่อไป คุณวิชาและคุณพีระศักดิ์ จะตาไวมาก เห็นนกและรู้จักชื่อนก แม้อยู่ในระยะไกล หรือมองจากสถานที่ที่นกอยู่ เช่น

นกที่เกาะตามเสาไฟคือนกตะขาบทุ่ง
นกที่บินเหนือพื้นดินคือ กระแตแต้แว๊ด
แถวหนองน้ำ คือนกเป็ดผี





จากภาพบน ทั้งคู่ (คุณวิชา และคุณพีระศักดิ๋) บอกว่ามีรังนกกระแตแต้แว๊ดอยู่กลางทุ่งหญ้า เมื่อตั้งกล้องส่องไปยังบริเวณที่มีรังนกอยู่ ก็จะเรียกเยาวชนให้มาดู และพาเดินไปดูรังในระยะใกล้


คุณวิชาเล่าถึงกุศโลบาย ที่นกกระแตแต้แว๊ดจะนำมาใช้ในการล่อให้ผู้คนที่มาใกล้รังหันไปสนใจอย่างอื่นไม่เข้าใกล้รังที่มีลูกน้อยด้วยสารพัดกลวิธี


นี่คือลูกนกกระแตแต้แว๊ดที่แม่นกทำรังกับพื้นทุ่ง พอเราเข้าไปใกล้ แม่นกก็บินห่างจากรังส่งเสียงเรียกดังแสบแก้วหู เป็นทำนองว่า มาตรงหาฉันตรงนี้ ตรงนี้มีของดี แล้วแม่นกก็บินโฉบไปโฉบมาบริเวณที่ห่างรังออกไป เหมือนว่าตัวเองกำลังดูแลปกป้องรังตัวเองตรงที่ห่างออกไป  ช่างเจ้าเล่ห็แสนกลมากดังที่ คุณวิชาเล่าให้ฟัง เป็นหนึ่งในมารยาร้อยเล่มเกวียนของแม่นกกระแตแต้แว๊ด ที่เรียกร้องให้เราถอยห่างรังนกจริง ไปสนใจบริเวณที่แม่นกทำท่าปกป้องคุ้มครอง

 เราดูรังและลูกนกเสร็จ คุณวิชาขอให้เราถอยออกมาจากรังนกที่มีลูกนกจริงเร็วหน่อย  (คงสงสารแม่นกจะอกแตกตายเสียก่อนที่พวกเราไม่หลงกลมารยา )

และไปสถานที่อื่นต่อไป



แดดเริ่มร้อนจัดเลยพยายามหาที่ใต้ร่มต้นไม้

นกกระแตแต้แว้ด (Red-wattled Lapwing)
เป็นนกที่สีสวยน่าดูมาก พบได้ง่าย ตามพื้นที่โล่งเกือบทุกสภาพทั่วประเทศ
เสียงของนกดัง “กระแตแต้แว้ด” สมชื่อ จึง ป็นที่มาให้คนเรียกนกในวงศ์นี้ทั้งหมดว่านกกระแต คนโบราณบางทีเรียกว่านกต้อยตีวิด หรือนกกระต้อยตีวิด ซึ่งก็เรียกตามเสียงร้องเหมือนกันนั่นเอง

หมอบุญส่งเคยเรียกนกนี้ว่า นกต้อยตีวิดหวาดฟ้า
ด้วยชีวิตหากินบนพื้น นกกระแตแต้แว้ดจึงลดรูปนิ้วเท้าหลังจนหายไปเกือบหมด จับคอนกิ่งไม้ไม่ได้ ต้องยืนและนอนบนพื้นตลอดกาล เวลานอนก็หมอบบนพื้นราบไปธรรมดา บางคืนไม่นอนก็มี ตาโตออกหากิน คืนเดือนหงายบางครั้งจะพบนกนี้กลางทุ่งตอนกลางคืนหลายฝูง

เวลาทำรังก็ทำบนพื้น แม่นกวางไข่โดยพรางตาคนโดยวางรังไปกับพื้นดินเลอะ ๆ ในช่วงนี้พ่อแม่ของลูกนกมีมารยามากมาย บางทีหากใครเข้าใกล้พ่อแม่จะทำท่าดิ้นชักไปมาเหมือนบาดเจ็บหนัก เพื่อล่อให้คนเดินตามพ่อแม่นกไป จะได้ห่างจากลูกหรือไข่ของตนที่นอนอยู่กับพื้น ลูกนกเองหากหนีไม่พ้นก็จะเล่นแกล้งตาย นอนตัวแข็งทื่อหลอกศัตรูก็มี

นิสัยของนกนี้ปากเปราะ เวลาเจอคนหรืออะไรน่าสงสัย ก็จะร้องเตือนภัยทันที เสียงดังแสบแก้วหู บางตัวลีลามาก เมื่อคนเดินไปแล้วนกจะค่อยย่อง ๆ ตามหลังมาชะเง้อดูคนว่าไปถึงไหน บางตัวบินฉวัดเฉวียนไล่อยู่เหนือหัวคนเลยก็มี บางที่ก็แกล้งขี้ลงมาบนหัวคนที่ไปใกลรังเสียเลย

สัตว์ป่าทั้งหลายได้ประโยชน์จากเสียงเตือนภัยนี้ให้ทราบภยันตรายล่วงหน้า จึงควรมอบฉายา “ยามประจำป่า” ให้เลย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.facebook.com/NorthernThaiBirds/posts/523230461096906





ดูนกเป็ดผี

แดดแรงมากขึ้นหลาย ๆ คนเริ่มกระหายน้ำจึงเดินกลับไปที่รถ ซึ่งคุณพีระศักดิ์ก็ขับรถเข้ามารับให้เดินขา กลับถึงรถๆ ได้เร็วกว่าขาเดินมา


นกกระแตแต้แว๊ด
ขอขอบคุณภาพจากhttp://www.op.mahidol.ac.th/oppe/bird_insalaya.html


นกตะขาบทุ่ง
ขอขอบคุณภาพจากวิกิพีเดีย


นกเป็ดผี
ขอขอบคุณภาพจากวิกิพีเดีย

เมื่อกลับมาที่หอประชุม

ของว่างสายนี้คือขนมไข่โบราณ 200 ชิ้น

คุณวิชา สรุปสาระสำคัญอีกครั้งถึงคุณประโยชน์ของนกทั้งหลายที่ช่วยสร้างความสมดุลให้แก่ระบบนิเวศวิทยา  และมีภารกิจจึงไม่ได้อยู่รับประทานอาหารกลางวัน ซึ่งรายการในคือ แกงเขียวหวานไก่และไข่เจียว คุญกัญจน์ ได้เตรียมมะม่วงหงสาวดี จากสวนลุงสอิ้ง คลองเขื่อน มามอบให้คุณวิชา


มะม่วงหงสาวดี

พลอยโพยมไม่ได้ไปร่วมการเดินตลาดสนามจันทร์ โดยคุณป้าเปี่ยมจิต เมธาวศิน ซึ่งเกิดและเติบโตที่ตลาดสนามจันทร์นี้ เป็นผู้นำเหล่าเยาวชนเข้าไปเก็บข้อมูล

เพราะมีนัดหมายเรื่องการแสดงละครร้องเวนิชวานิช ในงานวันเกิด คุณครู ดร.สอิ้ง กานยะคามิน ซึ่งจะแสดงในเดือน กันยายน ๒๕๕๘ ชองศิษย์เก่า ม.ศ.๓ ก.รุ่น ปี ๒๕๑๒
เมื่อกลับมา ก็พบว่าเหล่าเยาวชนกำลัง ระบายสีสร้างภาพ ร้อยเรียงเรื่องเล่า ขีดเขียนบทกวี


ของว่างสำหรับบ่ายวันนี้คือขนมชั้นเจ้าอร่อยเป็นของดีบ้านโพธิ์อีกชนิดหนึ่ง


จนเวลา ๑๕.๐๐ น. เยาวชนแต่ละคนจึงออกมาเล่าเรื่องที่ร้อยเรียงไว้ในการเดินตลาดสนามจันทร์ โดยบอกเล่าเป็นภาพแผนที่ และเล่าเรื่องขยายความในบ้านหรือร้านค้าที่ตนเองได้ไปสัมผัสมา จนถึงเวลา ๑๗.๐๐ น.








ช่วยกันเขียนช่วยกันระบายสีเป็นกลุ่มตามสถานที่ตนเองเข้าไปพบปะพูดคุย







 แล้วจึงนำมาเรียงต่อเป็นแผนที่ใหญ่บอกกล่าวเล่าเรื่องในภาพไปด้วย






ศึกษาธิการหลายจังหวัด ลุงสมนึก  เมธาวศิน ตรวจสอบแผนที่ว่า ร้านค้าและบ้านเรือนในตลาดสนามจันทร์ ที่เยาวชนช่วยกันลงเป็นแผนที่ในกระดาษแผ่นใหญ่ ถูกต้องหรือไม่


เยาวชนมาบอกกล่าวเล่าเรื่องที่ลงในแผ่นกระดาษแบบสร้างสรรค์เรื่องเล่า ทั้งนี้พี่รุ่นโตเป็นตัวอย่างก่อนโดยสรุปเล่าเรื่องที่กลุ่มของตนเข้าไปทำความรู้จัก ร้านค้าและบ้านเรือนต่าง ๆ ในตลาดสนามจันทร์






อดีตศึกษานิเทศก์หลายจังหวัด เปี่ยมจิต เมธาวศิน บอกกล่าวเล่าเสริมความที่เยาวชนนำมาเล่าสู่ ทั้งเรื่องราวศาลเจ้าพ่อโหราเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม และตลาดสนามจันทร์ในวันที่ ๓ พฤษภาคม

รวมทั้งสาเหตุที่ตลาดในตัวอำเภอบ้านโพธิ์ถูกเรียกกันว่าตลาดสนามจันทร์

ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นั้นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมรุพงศ์สิริพัฒน์ สมุหเทศาภิบาลมณฑลปราจีน เป็นผู้จัดตั้งอำเภอบ้านโพธิ์ โดยแยกออกมาจากอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๗ ใช้ชื่อว่า อำเภอสนามจันทร์ ตามชื่อหมู่บ้านและตำบลที่ตั้งอำเภอ ที่ว่าการอำเภอสนามจันทร์หลังแรกเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว หลังคามุงด้วยจาก นายอำเภอคนแรกคือขุนประจำจันทเขตต์

เหตุที่ชื่อบ้านสนามจันทร์ มีประวัติเล่ากันว่า สมัยที่ท้องที่ยังเป็นป่าอยู่ มีเสือชุกชุม มีพระยา ๓ ท่าน ออกมาตั้งจั่นดักเสือที่หนองน้ำ ราษฎรเรียกว่า "หนองสามพระยา" และเรียกหมู่บ้านว่า "สนามจั่น" เรียกขานกันนานเข้าจึงเพี้ยนเป็นบ้านสนามจันทร์ ส่วนหนองสามพระยาได้ตื้นเขินเป็นพื้นนา ปัจจุบันคือบริเวณที่ตั้งโรงพยาบาลบ้านโพธิ์

ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกองเสือป่าขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ และทรงสถาปนาพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม เป็นค่ายหลวงสำหรับประชุมและซ้อมรบแบบเสือป่าเพื่อเป็นกำลังร่วมป้องกันประเทศ และเสด็จพระราชดำเนินไปประทับแรมอยู่เนือง ๆ ทางราชการได้พิจารณาเห็นว่าชื่ออำเภอไปพ้องกับชื่อพระราชวังสนามจันทร์ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอเขาดิน

เขาดินอยู่ต่อแดนกับอำเภอบางปะกง เป็นเนินหินแกรนิต สูงประมาณ ๑๕ เมตร เป็นที่ตั้งของวัดเขาดิน ภายในวัดมีมณฑปร้างเก่าแก่มาก เข้าใจว่าเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท เหตุที่เอาเขาดินมาตั้งเป็นชื่ออำเภอแทนสนามจันทร์ คงเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จประพาสวัดเขาดิน เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๒ ซึ่งถือเป็นความปีติและเป็นสิริมงคล จึงเอาชื่อเขาดินมาเป็นชื่ออำเภอ

ต่อมาปรากฏว่าเขาดินไปอยู่ในเขตอำเภอบางปะกง จึงเปลี่ยนชื่ออำเภออีกครั้งหนึ่งจากเขาดินมาเป็น อำเภอบ้านโพธิ์ ตามชื่อของตำบลที่ตั้งอำเภอเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๐



หลังจากนั้นก็ถึงกระบวนการสร้างสรรค์เรื่องเล่า เป็นการแสดงประกอบการบอกเล่าเรื่องราวเป็นกลุ่ม




เยาวชนมาบอกกล่าวเล่าเรื่องที่ลงในแผ่นกระดาษแบบสร้างสรรค์เรื่องเล่า มีทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง (บทกลอนตามใจฉัน)







และในที่สุด งานเลี้ยงก็เลิกรา   ละครก็ลาโรง นักแสดงต่างแยกย้ายกันกลับตามเวลา


เหลือทีมงานนั่งประชุมวางแผนการจัดงานวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ต่อจนโพล้เพล้สายัณห๋ตะวันลับฟ้า จึงอำลาจากกันกลับคืนสู่เคหสถานบ้านช่องของตน

ขอขอบคุณภาพจากhttps://www.facebook.com/bangpakongriver